วันศุกร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2557

พาไปกินขนมจีนที่พังงา ผักเยอะอร่อยมาก กับวิชาทำปลาจิ้งจั้งกินกับขนมจีน

สาวๆ  นั่งกินขนมจีนที่ท้ายเหมืองพังงา
 เมื่อ 2 วันก่อน เบื่อๆ อาหารจำพวกเนื้อสัตว์มาก สงสัยเพราะกินมากและบ่อยเกินไป เลยชวนแฟนไปหาขนมจีนที่มีผักเยอะๆ กินกัน ตอนแรกก็ตั้งใจไปกินในตัวเมืองซึ่งห่างจากบ้านแค่เพียง 75 กิโลเมตร แต่ตามประสาคนว่างมากยุ่งน้อย(ไม่มีงานทำ เอ้ย ไม่ช่ายๆ  พูดผิด ต้องบอกว่า ไม่ต้องทำงาน 555 ) เลยตะเร็ดเต็ดแต๋ ไปออกท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ห่างจากบ้านเกือบ 300 กิโลเมตรโน่นเลย คือขาดแค่ 2 กิโลก็ได้ 300 กับแค่เพียงอยากทานขนมจีนปลาจิ้งจั้ง ตอนแรกก็ถามตัวเองว่า เพี้ยนปล่าวนิ แต่ก็ถูกใจมาก ถือว่าโคตรคุ้มครับ ตอนแรกออกจากท่าชนะ ตั้ง GPS ให้พาไปท้ายเหมืองโดยเลือกเส้นทางที่สั้นที่สุด เครื่องนำทางระบบดาวเทียมก็โคตรดีใจหาย มันพาไปทางทุ่งมะพร้าวที่มีทางคดโค้งเลียบเขาเหมือนไปปายที่แม่ฮ่องสอนเลย ดีที่ระยะทางขับรถเข้าทางโค้งแค่ไม่ถึงชั่วโมง ตอนไปปายขับฝ่าโค้งตั้งสี่ชั่วโมงกว่า เข้าโค้งจนคนนั่งข้างลมตีขึ้นเมารถไปเลย หุหุหุ ขากลับเลยกลับทางเขาหลักถึงแม้ว่าจะอ้อมไกลกว่า แต่ก็ขับรถสบายกว่ากันเยอะ


ออกจากบ้านตั้งแต่ 10.00 น. มัวเถลเถไถไปตลอดเส้นทาง กว่าจะไปถึงท้ายเหมือง พังงาก็มืดพอดี ถามไปถามมาเขาบอกว่าขนมจีนมีขายเฉพาะตอนเช้า เอาละซิ แต่ไม่มีปัญหา หาที่พักนอนก่อนก็ได้ เช้าขึ้นมาก็ค่อยหาขนมจีน  มาถึงป่าช้าแล้ว ยังงัยก็ต้องฝัง ซิมิๆ

ตื่นเช้าขึ้นมาก็ออกหาขนมจีนกินทันที ถามไปถามมาคนที่นั่นบอกว่ามีขนมจีนขายอยู่ 3 ร้าน แต่ร้านเก่าแก่ที่เขาแนะนำว่าอร่อยที่สุด อยู่หน้า ธกส. ก็เดินหา ธกส. ซึ่งอยู่เกือบสุดปลายทางของตลาดท้ายเหมือง เดินเรียกน้ำย่อยจนชักหิว พอไปถึงร้านก็สั่งขนมจีนอย่างที่ตั้งใจมากินทันที เห็นผักตรงหน้าแล้วถูกใจมากครับ มีผักเครื่องเคียงให้กินคู่กับขนมจีนนับรวมแล้ว 17 จาน ถ้านับเป็นชนิดของผักเครื่องเคียงแล้วละก็เกิน 25 อย่างแน่นอน มีทั้งผักสด ผักดอง  ผักอันไหนพร่องแม่ค้าก็จะเติมให้ทันที ด้วยความอร่อยผมทำผิดกฎการกินขนมจีนอย่างแรง คือปกติเขาต้องกินขนมจีนน้อยๆ ผักเยอะๆ แต่ตรงกันข้ามกับที่นั่งที่ผมกินขนมจีนโต๊ะเดียวกัน สาวๆ สวยๆ ทั้งนั้น ก็เลยเกิดอาการเหนียม กินผักแค่พอประมาณกับขนมจีนแค่เพียงพอคำ เลยต้องสั่งมากินอีกจาน เพราะอร่อยถูกใจมาก สุดท้ายกินเสร็จโคตรอิ่ม โชคดีที่ต้องเดินกลับไกล เลยได้เดินย่อยไปในตัวซะเลย

สังเกตุแม่ค้าขนมจีนไหมครับ อายุ 80 กว่าปีแล้ว แต่ยังคล่องแคล่วว่องไว กระฉับกระเฉงมากๆ ถามแล้วก็บอกว่า จิ๊ชอบกินผัก โดยเฉพาะผักสดธรรมชาติๆ ไม่ฉีดยา ที่เอามาให้ลูกค้ากินกับขนมจีนนั่นแหละครับ (จิ๊ ผมเขียนถูกหรือปล่าวไม่รู้ ฟังมาคล้ายๆ อย่างนั้นแหละครับ จิ๊ เป็นคำเรียกผู้อาวุโสกว่า สันนิษฐานว่ามาจากครับว่าเจ๊ เพราะที่นั่นส่วนใหญ่จะเป็นคนเชื้อสายจีน ผิวขาวๆ ทั้งนั้นเลยครับ) จิ๊ขายขนมจีนได้อย่างคล่องแคล่ว ทั้งตักขนมจีน ทั้งเสิริฟลูกค้า แถมยังพูดคุยหยอกล้อกับลูกค้าอย่างอารมณ์ดีตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ผมดูแล้วฐานะของจิ๊ ก็ไม่ได้ลำบาก แต่คงขายขนมจีนเพราะชอบที่จะขายมากกว่า ผมว่าดีนะครับ คนสูงวัยได้ทำงานเบาๆ คุยกับคนโน่นคนนี้ ทำให้เขารู้ตัวว่าเขายังมีค่า มีความภาคภูมิใจ ที่สำคัญได้ออกกำลังกายเบาๆ และไม่เครียดด้วย นี่แหละครับเคล็ดลับของจริงที่ทำให้อายุยืนอย่างมีความสุข

ตรงกลางคือ ปลาจิ้งจั้ง กรอบ อร่อย โดยไม่ต้องผ่านไฟ
เกือบลืมไป ถ้าจะมาทานขนมจีนที่ร้านของจิ๊ ก็มาได้ที่ร้าน บรรจงเฟอร์นิเจอร์ ที่คงตกทอดเป็นมรดกของรุ่นลูกแล้ว อยู่ตรงกันข้ามกับ ธกส. และธนาคารธนชาติ พอดีหาไม่ยากหรอกครับ ช่วงหน้าร้านตอนเช้า จิ๊ก็จะเปิดขายขนมจีนทุกวัน มีขนมหวานแบบบ้านๆ ด้วย ราคาก็ไม่แพง ขนมจีนจานละ 25 บาท กินได้โคตรอิ่ม ก็บอกแล้วว่าผมทำผิดกฏ ดันสั่งเบิ้ล 2 เพราะไม่กล้าสวาปามผักเยอะๆ อาย สาวๆ ที่นั่งใกล้ๆ กัน หุหุหุ ก็ทั้งร้านมีผมเป็นผู้ชายอยู่หน่อเดียว นอกนั้นสาวๆ ล้วนเลย แถมหน้าตาดีๆ ทั้งนั้น แมวมองมาหาไปเป็นดาราคงจะได้หลายคนเลยแหละ ไคลแม็กซ์สำคัญของขนมจีนที่นี่คือ มีปลาจิ้งจั้งสดๆ กรอบ อร่อยให้กินคู่กับขนมจีนด้วย ตอนแรกผมคิดว่าเป็นปลาจิ้งจั้งสุก แต่ดูแล้วไม่ใช่ เลยลองสอบถามดู จึงรู้ว่า ปลาจิ้งจั้งที่นำมากินคู่ขนมจีนเขาไม่ได้ทำให้สุก แต่จะใช้วิธีตากแดดจนแห้งกรอบ  กรอบจริงๆ ครับกินอร่อยมากและไม่เค็มด้วย

พกห่อ วิชา+ปลาจิ้งจั้ง กลับบ้าน
ปลาจิ้งจั้ง เป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง โดยการนำปลาตัวเล็กๆ  มาต้มในน้ำเกลือจนสุกและเค็มได้ที่ดีแล้ว เขาจะเอาไปอบหรือตากแดดจนแห้งสนิท สามารถเก็บไว้ได้นาน เวลาจะนำไปทำอาหารก็เอาไปทอดก่อนแล้วจะนำไปกินกับข้าวต้มหรือจะเอาไปยำก็ว่ากันไปตามความชอบ ทีนี้ถ้าเอาปลาจิ้งจั้งที่ว่ามากินคู่กับขนมจีนเลย จิ๊ บอกว่ามันไม่สะอาดและเค็มมากด้วย จิ๊บอกว่า มันต้องใช้เทคนิคกันหน่อย ซึ่งง่ายมาก คือเอาปลาจิ้งจั้งมาล้างและแช่น้ำหลายๆ ครั้งจนหายเค็ม แกะผิวดำๆ ออก แล้วนำไปตากแดดจัดๆ จนแห้งกรอบ เวลาทานคู่กับขนมจีนจะเข้ากันอร่อยมาก และบอกได้เลยว่ากรอบอร่อยจริงๆ แถมไม่เค็มด้วย สังเกตุหน้าร้านก็มีถาดตากปลาจิ้งจั้งอยู่ด้วย ผมชอบสูตรการทำปลาจิ้งจั้งแบบนี้มาก ขากลับเดินผ่านตลาด ก็เลยแวะซื้อกลับบ้านด้วย ถ้าเป็นแบบธรรมดายังไม่แกะผิวดำๆ ก็กิโลละ 90 บาท ถ้าเป็นแบบที่เขาแกะผิวด้านข้างดำๆ ออกแล้วก็กิโลละ 130 บาท ผมเลือกแบบที่แกะแล้ว เพราะง่ายและสะดวกดี ทีนี้คงไม่ต้องถ่อสังขารขับรถไปกลับร่วม 600 กิโลเมตร เพียงเพื่อมากินขนมจีนกับปลาจิ้งจั้งถึงท้ายเหมือง จังหวัดพังงา แต่ผมก็ยังติดใจขนมจีนของจิ๊ เขาอยู่ดี ไว้วันไหนอยากกินขึ้นมา ก็คงขับรถมาใหม่ ได้แต่หวังว่าคงยังได้กินฝีมือของ จิ๊ อีกครั้ง แต่คงไม่ใช่ในเร็วๆ นี้ ก็ผมพกวิชาทำปลาจิ้งจั้งกินกับขนมจีนใส่ห่อกลับบ้านมาด้วยแล้วนิครับ 555
ข้อมูลโดย
ศักดิ์เพ็ชร เรืองแพ


ไม่มีความคิดเห็น: