สคริปกูเกิล

วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2557

ข้าวมันใบเตย เทคนิคง่ายๆ หุงข้าวมันกลิ่นหอมทานอร่อย

ข้าวมันใบเตย
 สมัยเด็กๆ ตอนอยู่ชั้นประถม ก่อนไปโรงเรียนทุกๆ วัน ผมชอบเดินไปซื้อข้าวในตลาดกินเป็นอาหารเช้า เพราะบ้านผมอยู่ในตลาดเช้า เรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของตลาดก็ได้ อาหารที่ชอบและทานบ่อยๆ คือ ข้าวหมกไก่ ข้าวมันไก่ ข้าวยำ ข้าวมันราดแกง ข้าวมันไก่ทอด ข้าวมันส้มตำ อะไรประมาณนั้น หมุนเวียนไปเรื่อยๆ  โดยเฉพาะข้าวมันส้มตำ ข้าวมันไก่ และข้าวมันราดแกง เป็นเมนูโปรดโอชะของผมเลยทีเดียว เรียกว่าได้กินบ่อยมาก สมัยก่อน จานละ 2-5 บาท สำหรับเด็กตัวเล็กๆ กินโคตรอิ่ม  อาจจะด้วยความหอมอร่อยของข้าวมัน ผมยังติดใจในรสชาติของมันมาจนทุกวันนี้ แต่น่าแปลก หาร้านอาหารโดยเฉพาะข้าวมันที่อร่อยๆ กินได้ไม่ง่ายนัก ส่วนใหญ่ข้าวมัน มันก็อร่อยอยู่แล้ว แต่ผมหมายถึงเครื่องเคียงที่จะกินกับข้าวมันนะครับ เวลาผ่านไปเกิน 30 ปี แต่เหมือนผมยังจำความหอมอร่อยของอาหารสมัยเด็กได้เหมือนเพิ่งได้กินมาไม่นานนี้เอง เสียดายอาหารเหล่านั้นขาดผู้สืบทอด กลับบ้านแต่ละครั้ง หาอาหารเหล่านั้นกินไม่ได้มานานแล้ว ชักเสียวๆ แล้วซิเวลา 30กว่าปี เหมือนผ่านไปไม่นาน แล้วไอ้เวลาที่เหลืออยู่นี่มันจะลื่นปรื๊ดๆ ไม่นานก็ต้องแก่แล้วก็ตายนะซิ เฮ้อ อย่างนั้นอยากกินอะไรต้องรีบกิน อยากทำอะไรต้องรีบทำ ไม่งั้นเดี๋ยวอีกไม่นานก็จะไม่ได้กินและไม่ได้ทำแล้วนะ เวลามันผ่านเร็วมากๆ เร็วจนน่าตกใจเลยทีเดียวแหละครับ งั้นวันนี้เรามาหุงข้าวมันอร่อยๆ หอมกลิ่นใบเตย กินดีกว่า ส่วนจะกินกับอะไรก็ว่าไปตามความชอบได้เลยครับส่วนผมเล็งไก่ย่างขมิ้นกับหมูแดดเดียวและส้มตำไว้แล้วครับ อิอิ



ส่วนประกอบและวิธีทำ ข้าวมันใบเตย 
1 เตรียม ข้าวสาร(หอมมะลิอย่างดี) 2 ถ้วย , น้ำใบเตยคั้น 1.5 ถ้วย , ใบเตยหั่นเป็นท่อนสั้นๆ 5 ใบ , หางกะทิใสๆ 1 ถ้วย , น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ , เกลือเม็ด(เกลือทะเล) 1 ช้อนชา

2 ข้าวสารล้างซาวน้ำ 1 ครั้ง แล้วเทน้ำใบเตยทั้งหมดใส่ลงไป , ผสมหางกะทิ น้ำตาล เกลือ ละลายให้เข้ากันก่อนแล้วใส่ลงไปในหม้อข้าว ใส่ใบเตยหั่นท่อนลงไป คนให้ทั่วๆ แล้วหุงจนข้าวสุก พอข้าวสุกดีแล้วใช้ไม้พายซุยข้าวให้ทั่วๆ จนข้าวมีสีเขียวของใบเตยเท่าๆ กัน ทั้งหม้อ  ก็เอาไปรับประทานได้เลย

เทคนิคการหุงข้าวมันใบเตย
เวลาหุงข้าวมันเพื่อให้อร่อยยิ่งขึ้นก็ให้หุงข้าวให้ค่อนข้างสวยๆ (ไม่แฉะ) ซักหน่อย เวลาทานต้องรับประทานตอนร้อนๆ

ข้อมูลโดย
ศักดิ์เพ็ชร เรืองแพ

แสดงความคิดเห็น