สคริปกูเกิล

วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

หางหอยรากดองน้ำส้ม อาหารโปรดโคตรอร่อยของผมเลย

รากหอยดองน้ำส้ม
เขียนเรื่องจับหอยรากไปแล้ว เอาตัวของหอยรากมาผัดก็แล้ว ครานี้มาถึงคิวสุดยอดอาหารอีก 1 เมนูโปรดของผมคือ รากของหอยรากดองน้ำส้ม จริงๆ คนต่างถิ่นอาจจะไม่ค่อยคุ้นกับหอยรากหรือหอยปากเป็ดกันเท่าไรนัก หอยชนิดนี้ชอบอยู่ริมหาดที่มีลักษณะเป็นเลนปนทราย พบได้หลายพื้นที่ แต่ละที่ก็เรียกชื่อไม่เหมือนกัน เอาเป็นว่าบ้านผมเรียกว่าหอยรากก็แล้วกัน เพราะมันมีหางคล้ายรากของต้นไม้ ดูไปดูมาอยู่คล้ายหน่อเหรียงที่เขาเอามาทำหน่อเหรียงดองเลย รากหรือหางของหอยรากกินอร่อย ถ้าแยะขายกันแล้วราคาหางของมันแพงกว่าตัวซะอีก ถ้าคนทำเป็น เวลานำมาทำอาหารมันจะทั้งกรุบกรอบเด้งดึ๋งเคี้ยวเพลินดีมาก แต่ถ้าทำไม่เป็นโคตรเหนียวเลย สิ บอก ให้ เหนียวขนาดสามารถทำให้ฟันชุดที่สาม(ฟันปลอม)หลุดได้ง่ายๆ เชียวแหละครับ ทั้งตัวและหางของหอยรากสามารถนำเอาไปทำอาหารได้หลายอย่าง แต่ส่วนหางของมันผมชอบเอามาดองน้ำส้มหรือไม่ก็นำมาพล่า ดูแล้วคล้ายกินสดๆ แต่หางของมันไม่มีกลิ่นคาว แช่ให้สุกด้วยน้ำส้ม และที่สำคัญหอยทะเลไม่มีพยาธิเหมือนหอยน้ำจืดแน่ๆ แค่ทำให้สะอาดๆ ก็สามารถกินได้อย่างปลอดภัยและอร่อยด้วยนะจะบอกให้ แต่ถ้าใครขืนเอาหางของหอยรากไปผ่านไฟให้สุกมีหวังเคี้ยวกันจนฟันหลุด เพราะมันจะเหนียวขึ้นมาทันที สุกมากก็เหนียวมาก การนำหางหอยรากไปผัดจึงต้องใช้เทคนิคกันนิดหน่อย แต่วันนี้เรามาทำ หางหอยรากดองน้ำส้มกันดีกว่า


ส่วนประกอบและวิธีทำ หางหอยรากดองน้ำส้ม
หอยราก เด็ดเอามาเฉพาะส่วนหางประมาณ 3 ขีด  นำมาตัดส่วนปลายที่ติดโคลนออก ล้างให้สะอาด สะเด็ดน้ำให้แห้ง ใส่เกลือป่นลงไปเล็กน้อย ขยำกับหางของหอยคลุกเคล้าให้ทั่ว ล้างด้วยน้ำเปล่า 1 ครั้ง สะเด็ดน้ำให้แห้ง แล้วเอาใส่ถ้วยกระเบื้อง ใส่เกลือป่นลงไปเ 1 ช้อนชา  ใส่กระเทียมทุบ 5-6 กลีบ พริกขี้หนูทุบ 1 เม็ด แล้วใส่น้ำส้มตาลโตนดหรือน้ำส้มจากที่เขาหมักจนเปรี้ยวดีแล้วลงไปจนท่วมหางของหอย แช่ทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง เวลารับประทานก็กินคู่กับน้ำพริกมะนาวที่รสเปรี้ยวๆ ซักหน่อย กินแล้วกรุบกรอบเจริญอาหารดีนักแล ขนาดที่ความกรุบกรอบเคี้ยวเพลินๆของกระดูกอ่อนหมูทอดกระเทียมพริกไทยสู้ไม่ได้เลย เพราะหางของหอยรากจะนิ่มและเคี้ยวง่ายกว่า โดยเฉพาะคนที่ชอบกินอาหารรสจัด เอารากของหอยรากที่ดองแบบนี้จนได้ที่แล้วไปซอยสั้นๆ นำไปพล่าหรือยำต่ออีกทีก็อร่อยขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียว

ข้อมูลโดย
ศักดิ์เพ็ชร เรืองแพ

แสดงความคิดเห็น