วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2563

บะกุดเต๋ ซี่โครงหมูตุ๋นยาจีน














ทำบะกุดเต๋ ซี่โครงหมูตุ๋นยาจีน

บะกุดเต๋ เป็นอาหารจีนที่นิยมรับประทานกันทั่วไป เป็นหนึ่งในอาหารบำรุงร่างกายชั้นยอด วิธีทำก็ไม่ได้ยุ่งยาก 


วิธีทำบะกุดเต๋
เตรียมเครื่องปรุงชุดต้มยาจีนซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้ายขายยาจีนทั่วไป (แต่ละร้านอาจมีสูตรที่ไม่
เหมือนกัน ถ้าจะทำขายจริงจัง ก็คงต้องค่อยๆ ลองใช้สมุนไพรจีนของแต่ละร้าน แล้วค่อยๆเลือกปรับสูตรจนได้รสชาติที่ถูกใจ) ปกติ เคื่องยาจีน 1 ห่อ จะใช้ต้มกับซี่โครงหมู 1-2 กิโลกรัม 














2 นำซี่โครงหมู มาสับเป็นชิ้นให้ได้ขนาดตามต้องการ นำไปลวกทิ้งน้ำก่อน เพื่อล้างเศษเลือดที่อยู่ในกระดูกออกให้หมด

3 ใส่เครื่องยาจีนลงในหม้อต้ม ตามสัดส่วนของสูตรยาที่ได้รับมา รอจนน้ำเดือดแล้วค่อยใส่ซี่โครงหมูลงไปต้ม พอน้ำเดือดจัด ก็หรี่ไฟลงใช้ไฟอ่อนเคี่ยวหรือตุ๋นไปเรื่อยๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นใส่เห็ดหอมที่แช่น้ำจนนิ่มดีแล้วลงไปตุ๋นต่ออีก 1-2 ชั่วโมงหรือจนได้เนื้อหมูที่เปื่อยตามชอบ 


4 เวลาจะรับประทาน ให้ตักแบ่งเนื้อหมูและน้ำต้มบะกุดเต๋ออกมาใส่ในหม้อเล็กตามปริมาณที่จะรับประทาน ยกขึ้นตั้งไฟใส่กระเทียมเพิ่มความหอม และเมล็ดเก๋ากี้เพิ่มความหวาน เติมผักเช่นเห็ดเข็มทอง แล้วแต่งสีด้วยซีอิ้วดำหรือซีิ้วหวานเล็กน้อย ปรับรสชาติให้ถูกใจ ตักขึ้นใส่ถ้วยเหยาะด้วยพริกไทยป่นเล็กน้อย เสริฟร้อนๆ แถมจิ๊กโซ่วหรือซอยเปรี้ยวเป็นน้ำจิ้มเพิ่มรสชาติก็จะทำให้อร่อยยิ่งขึ้น


เคล็ดลับการทำบะกุดเต๋

1 ในกระดูกซี่โครงหมู จะมีเศษเลือดปนอยู่มาก ถ้าเราไม่ลวกทิ้งก่อน จะทำให้น้ำต้มหรือน้ำบะกุดเต๋ของเราสีขุ่นคล้ำไม่น่ากิน และระหว่างต้มกระดูหมูกับยาจีนถ้ามีฟองเศษเลือดออกมาก็พยายามตักทิ้งให้หมด


2 เราจะไม่ใส่ผักลงไปในหม้อต้มโดยตรง เพราะจะทำให้น้ำตุ๋นเหนียวข้นและสีไม่น่ากินเมื่ออุ่นนานๆ หรืออุ่นหลายครั้ง ใช้วิธีตักแบ่งมาใส่หม้อเล็กทำกินเฉพาะจปริมาณที่ต้องการดีกว่า ส่วนในหม้อใหญ่ เราก็อุ่นวันละ 1-2 ครั้ง เก็บไว้กินได้หลายวัน ยิ่งอุ่นนานเครื่องยาจีนยิ่งเพิ่มรสชาติและความเข้มข้น เนื้อหมูก็จะยิ่งเปื่อยนิ่ม กินอร่อยมากยิ่งขึ้น
 

เครื่องยาจีนที่ใช้ตุ๋นซี่โครงหมูทำบะกุดเต๋


www.rkatour.com

RKA TOUR นำเที่ยวสุราษฎร์ธานีแบบครบวงจร ทั้งทะเล เกาะสมุย เกาะพะงัน หมู่เกาะอ่างทอง  เขื่อนเชี่ยวหลาน เขาสก รวมทั้งการนำเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ พาเที่ยวแบบมีคุณภาพ เที่ยวสนุก ทานอาหารอร่อย และมีที่พักสบาย ในราคายุติธรรม บริการจัดนำเที่ยวสุราษฎร์ธานีทุกรูปแบบ  นำเที่ยวทั่วไทย และนำเที่ยวต่างประเทศ รวมถึงจัดนำเที่ยวทัศนศึกษาให้หน่วยงาน องค์กร นักเรียน นักศึกษา ราคาประหยัด 

ช่องทางการติดต่อสอบถามและจองโปรแกรมนำเที่ยว ของ RKA TOUR

  • Line ID :  roikohadventure , 0846259929
  • โทรศัพท์ : 084-625-9929 
  • ใบอนุญาตนำเที่ยว ของผู้ประกอบการนำเที่ยวในพื้นที่ เลขที่  33/07054

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2563

ผัดพริกแกงหมูหน่อเหรียงให้โดน

ผัดพริกแกงหน่อเหรียง

  

ผัดพริกแกงหมูกับหน่อเหรียง ผัดพริกแกงให้อร่อย ผมชอบไสตล์ผัดแห้งๆ ได้กลิ่นพริกแกงชัดๆ รสชาติเข้มข้นแต่กลมกล่อม วิธีทำไม่ยากเลย ดังนี้

วิธีทำผัดพริกแกงหมูกับหน่อเหรียง

1 เตรียม เนื้อหมูสามชั้นหั่นชิ้น  พริกแกง กะปิ หน่อเหรียง ปริมาณแต่ละอย่างตามชอบเลย

2 เอากระทะตั้งไฟให้ร้อนแล้วใส่น้ำมันลงไปเยอะๆ เพื่อเคลือบกระทะให้ทั่วแล้วเทน้ำมันออก เหลือติดกระทะนิดหน่อยก็พอ จากนั้นใส่พริกแกงและกะปิลงไปผัดให้สุกหอมก่อน ถ้ากระทะแห้งเกินไปเติมน้ำลงไปเล็กน้อยก็ได้  

 
3 พอพริกแกงสุกหอมได้ที่ดีแล้วก็ใส่เนื้อหมูลงไปผัดให้เข้ากัน พอหมูสุก ก็ใส่เมล็ดหน่อเหรียงลงไปผัดแค่พอสลบเพื่อรักษาความกรอบไว้ ชิมรสดูถ้าชอบติดหวานก็เติมน้ำตาลลงไปเล็กน้อยระหว่างผัดได้  จากนั้นก็ตักใส่จานเสริฟได้เลย


เคล็ดลับในการทำผัดพริกแกง 
ระวังการใช้น้ำมันในการผัด โดยเฉพาะน้ำมันจากเนื้อหมูจะออกมาด้วย เรานำพริกแกงและกะปิไปผัดก่อนเพื่อให้ความร้อนทำให้พริกแกงสุกทั่วถึงและปล่อยกลิ่นหอมของส่วนประกอบในพริกแกงออกมามำให้อาหารน่ากินยิ่งขึ้น เนื้อหมูผัดแค่พอสุกก็พอ เนื้อจะได้ไม่หดตัวและเหนียวขึ้นจากความร้อนที่เราผัดนาน ใช้เนื้อหมูสามชั้นจะได้รสชาติของเนื้อที่นุ่มและน่ากินกว่าใช้เนื้อแดงล้วน

ติดตามสาระดีๆ อีกมากมายได้ที่   www.triptouragency.com 

สมัครเป็นเพื่อนทางไลน์ หรือช่องทาง https://lin.ee/dcUb0ed จะได้ไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ และ โปรโมชั่นทัวร์โดนๆ  รวมถึงความคืบหน้าโครงการบ้านสวนสำหรับวันเกษียณที่อัพเดทความคืบหน้าทุกๆ วัน

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ

วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

หมูต้มฟัก














หมูต้มฟัก


เมนูหมูต้มฟัก เป็นอาหารธรรมดาที่ทำได้ง่ายมาก แต่แน่นอนว่าในความง่ายๆ ถ้าจะทำหมูต้มฟักให้อร่อยมันต้องใช้เทคนิคและเคล็ดลับเล็กน้อย หมูต้มฟักของเราจึงจะน่ากินยิ่งขึ้น

วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ทำข้าวผัดแหนมให้น่ากิน
















ทำข้าวผัดแหนมให้น่ากิน

ข้าวผัดแหนมเป็นอาหารจากโปรดอีก 1 เมนู ที่หน้าตาและวิธีทำอาจจะดูธรรมดา แต่ถ้าได้ทานจากคนที่รู้เคล็ดลับการทำรับรองได้ว่าจะติดใจ

ข้าวผัดแหนมเป็นอีก 1 เมนูที่นิยมสั่งนอกจากข้าวกระเพราไข่ดาวเลยทีเดียวแต่ข้าวผัดแหนมที่อร่อยต้องเป็นข้าวผัดที่แห้ง ไม่แฉะ รสชาติติดเปรี้ยวจากแหนมที่ผัด ที่สำคัญที่สุดคือกลิ่นหอมของกระทะเหล็กที่โดนไฟร้อนๆ ผัดให้ออกรสเผ็ดแซ่บนิดๆ รับรองว่าแจ่ม

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ผัดกุนเชียงใส่แอปเปิล

 














ผัดกุนเชียงใส่แอปเปิล

ความจริงวินนี้ตั้งใจทำผัดกุนเชียงใส่สับปะรดเพราะกุนเชียงโดยะรรมชาติจะมีรสหนักไปทางหวานมัน จึงจะใช้รสเปรี้ยวอมหวานของสับปะรดมาตัดความหวานของกุนเชียงทำให้อาหารอร่อยและน่ากินมากขึ้น แต่บังเอิญหาซื้อสับปะรดไม่ได้ มีแอปเปิลสดใหม่หวานกรอบติดรสเปรี้ยวเล็กน้อย ก็เลยกะว่าลองทำกินดูแก้ขัดไปก่อน รสชาติก็โอเค แต่ถ้าได้สับปะรดที่มีรสเปรี้ยวอมหวานตัดรสของกุนเชียงที่หวานจัดก็คาดว่าจะอร่อยและน่ากินกว่า แต่ถึงแม้ว่าแอปเปิลจะเป็นมวยแทน ก็ไม่ได้ทำให้ความอร่อยของมื้อนี้เสียหายไปแต่อย่างใด

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2563

แกงส้มขาหมูผักกาดดอง

แกงส้มขาหมูผักกาดดอง
เคล็ดลับทำ แกงส้มกระดูกหมูผักกาดดอง

แกงส้มกระดูกหมูกับผักกาดดองเป็นเมนูที่อร่อยมาก แต่ถ้าจะทำกินให้อร่อย ต้องใช้เทคนิคเคล็ดลับนิดหน่อยแล้วจะทำให้แกงส้มกระดูกหมูของเราอร่อยและน่ากินยิ่งขึ้น ความน่ากินของเมนุแกงส้มกระดุกหมูกับผักกาดดองคือ น้ำแกงต้องใสไม่ขุ่นข้น และผักกาดดองต้องไม่ทำให้น้ำแกงเค็มหรือสีคล้ำ วิธีกำจัดความขุ่นข้นของน้ำแกงและกำจัดรสเค็มของผักกาดดอง ทำง่ายๆ ดังนี้
ทำแกงส้มขาหมู




























ส่วนประกอบและวิธีทำแกงส้มขาหมูผักกาดดอง
ทำแกงส้มขาหมู




























1 ขาหมู 1 กิโลกรัม นำมาสับเป็นชิ้นแล้วลวกทิ้งน้ำก่อน เพื่อกำจัดเศษเลือดที่ตกค้างในกระดูกให้หมด ระหว่างลวกจะมีฟองเลือดขึ้นมาให้ตักทิ้งให้หมด พอขาหมูสุกดีแล้วก็ตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำพักไว้ก่อน
ทำแกงส้มขาหมูใส่ผักกาดดอง





























2 ผักกาดดอง 3 ขีด นำมาแกะล้างน้ำให้สะอาด แล้วบีบน้ำทิ้งให้มากที่สุด จากนั้นนำมาหั่นเป็นชิ้นพอประมาณ

ทำแกงส้มขาหมู
3 น้ำใส้หม้อตั้งไฟใส่พริกแกงส้มลงไป 1 ช้อนโต๊ะ กะปิอย่างดี 1/2 ช้อนโต๊ะ คนให้ละลายก่อน พอน้ำแกงเดือดได้ที่ดีแล้วก็ใส่กระดูกหมูที่เตรียมไว้ลงไป เคี่ยวจนขาหมูด้วยไฟกลางถึงอ่อนจนขาหมูสุกเปื่อยตามชอบ แล้วค่อยใส่ผักกาดดองที่เตรียมไว้ลงไป พอน้ำแกงเดือดจัดอีกครั้งก็ปิดไฟยกหม้อแกงลงจากเตา

4 บีบน้ำมะนาวใส่ถ้วยแกงเตรียมไว้แล้วตักขาหมู , ผักกาดดอง และน้ำแกงลงไปในถ้วยน้ำมะนาว ชิมรสดูให้เปรี้ยวตามต้องการก็เสริฟได้เลย




























เคล็ดลับการทำแกงส้มขาหมูผักกาดดอง

1 ในขาหมูหรือกระดูกหมู จะมีเศษเลือดตกค้างอยู่มาก เศษเลือดนี้จะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำแกงขุ่นและสีคล้ำไม่น่ากิน ดังนั้นก่อนนำไปปรุงจึงต้องกำจัดเศษเลือดทิ้งให้หมดเสียก่อน โดยการลวกทิ้งน้ำ ถ้าจะกำจัดเศษเลือดเพื่อให้น้ำแกงใส ผมนิยมลวกทิ้งน้ำแรกไปก่อน แล้วนำขาหมูมาต้มอีกครั้งจนเปื่อย ระหว่างนั้นก็ตักเศษเลือดหรือฟองที่ตกค้างทิ้งให้หมด ก็จะได้ขาหมูเปื่อยสะอาดๆ ทำให้น้ำแกงของเราไม่ขุ่นคล่ำมีสีสวยน่ากิน




























2 ในผักกาดดอง จะมีรสเค็มและมีน้ำดองผักสีคล้ำติดอยุ่ที่เนื้อผักกาดดอง ดังนั้นจึงให้นำมาล้างคราบเค็มและสีที่ไม่น่ากินของน้ำผักกาดดองทิ้งไปก่อน ก่อนนำไปหั่นก็บีบน้ำออกจากผักกาดดองออกให้หมดเพื่อไม่ให้น้ำในผักกาดดองทำให้น้ำแกงเสียรสชาติ เวลานำไปปรุงก็ไม่ต้องตั้งไฟนานเพื่อไม่ให้ผักกาดดองเปื่อย ยังคงความกรอบอยู่บ้างจะได้ผักกาดดองในน้ำแกงที่น่ากินมาก





























3 รสเปรี้ยวของน้ำแกง เราจะไม่ใช้จากน้ำผักกาดดองเพราะมีความเค็มแทรกอยู่มาก โดยเราจะใช้รสเปรี้ยวจากน้ำมะนาวแทน เวลาเติมน้ำมะนาวในน้ำแกงเราจะไม่เติมลงไปในหม้อ แต่จะบีบใส่ถ้วยแล้วตกน้ำแกงราดบนให้ได้ความเปรี้ยวตามชอบทั้งนี้เพื่อรักษารสชาติและคุณค่าของน้ำมะนาวไม่ให้ความร้อนบนเตาทำลายไปจนหมด

ติดตามสาระดีๆ อีกมากมายได้ที่  https://www.triptouragency.com/
 
เขียนโดย ศักดิ์เพ้ชร  เรืองแพ
 www.triptouragency.com 

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ผัดไทยไชยา สูตรเด็ดจากสุราษฎร์ธานี

ทำผัดไทยไชยา
ผัดไทยไชยา  เป็นอาหารท้องถิ่นนิยมรับประทานกันมากละแวกอำเภอ ไชยา ท่าฉาง ท่าชนะ และอีกบางพื้นที่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีลักษณะแตกต่างกับผัดไทยภาคกลาง เพราะผัดไทยไชยาเน้นความอร่อยลงตัวเหนียวนุ่มของเส้นก๋วยเตี๋ยวกับรสชาติที่เข้มข้นของน้ำผัดไทยที่เป็นสูตรเฉพาะออกรสไปทางมันและหวานนำ มีรสเปรี้ยวและเค็มตามลำดับ มีเผ็ดติดปลายลิ้นเล็กน้อยตามความนิยมของคนภาคใต้ที่ชอบอาหารรสจัด  ผัดไทยไชยาจะไม่นิยมใส่เนื้อสัตว์เต้าหู้หรือผักลงไปผัดกับเส้นก๋วยเตี๋ยวแบบผัดไทยภาคกลาง ปัจจุบันด้วยความสะดวกในเรื่องการตลาดออนไลน์ สามารถสั่งซื้อน้ำผัดไทยไชยามาทำเมนูผัดไทยไชยาอร่อยๆ กินได้ไม่ยาก แต่ถ้าจะเอาสูตรเด็ดแบบออริจินัลของสุราษฎร์ธานี มาทำเองทั้งหมด ก็มีวิธีทำดังนี้ 
น้ำแกงผัดไทยไชยา
 ส่วนประกอบและวิธีทำผัดไทยไชยา

1 เตรียม พริกแห้งเม็ดใหญ่ 0.5 กิโลกรัม นำมาผ่าเอาเม็ดออกแล้วแช่น้ำจนนิ่ม , หอมแดงปอกเปลือก 2 กิโลกรัม , มะขามเปียก 0.5 กิโลกรัมคั้นกับน้ำ แยกเอาแต่น้ำ , กะทิ 4 กิโลกรัม , น้ำตาลปี๊บ 4 กิโลกรัม , น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม , กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ ,  เกลือเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ  น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ , เส้นก๋วยเตี๋ยว นิยมใช้เส้นเล็กหรือเส้นหมี่ ปริมาณตามความต้องการ
เส้นก๋วยเตี๋ยวที่ใช้ทำผัดไทยไชยา
2 นำพริกแห้ง หอมแดง และเกลือที่เตรียมไว้มาปั่นหรือโขลกรวมกันให้ละเอียด
นำน้ำผัดไทยเคี่ยวรวมกับเครื่องปรุงอื่นๆ ก่อน
3 กะทิใส่หม้อยกขึ้นตั้งไฟใช้ไฟกลาง แล้วใส่พริกแห้งและหอมแดงที่โขลกละเอียดน้ำมะขามเปียก น้ำตา่ลปี๊บ น้ำตาลทราย กะปิ ลงไปโดยไม่ต้องรอให้กะทิเดือด คนให้ส่วนผสมให้ละลายเข้ากัน ชิมรสดูให้หวานนำเปรี้ยวตามและมีเค็มเล็กน้อยตามลำดับ ปรับรสตามชอบ เคี่ยวต่ออีกซักครู่ พอส่วนผสมเดือดดีแล้วก็ปิดไฟยกลงจากเตา เก็บไว้ใช้งานเวลาจะทำผัดไทยค่อยตักแบ่งมาใช้
ทำผัดไทยไชยา
4 นำน้ำผัดไทย 1 กิโลกรัม ใส่กระทะตั้งไฟใช้ไฟกลาง พอน้ำผัดไทยร้อนได้ที่ก็ใส่เส้นก๋วยเตี๋ยว 1 กิโลกรัมลงไปผัดจนเส้นก๋วยเตี๋ยวสุกนิ่ม ระหว่างผัดถ้าในกระทะแห้งเกินไปก็เติมน้ำลงไปเล็กน้อย ผัดจนเส้นก๋วยเตี๋ยวแห้งเหนียวและนุ่มดีแล้วจะใส่ใบกุยช่ายลงไปผัดเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมให้น่ากินยิ่งขึ้นก็ได้ แล้วตักใส่จานเสริฟตอนร้อนๆ โรยหน้าถั่วงอกหรือกุยช่ายเป็นผักเคียงก็จะน่ากินยิ่งขึ้น
ทำผัดไทยไชยา
เคล็ดลับการทำผัดไทยไชยา
1 เวลาเคี่ยวน้ำผัดไทย อย่าใช้ไฟแรงและไม่ต้องเคี่ยวนาน เพราะจะทำให้กะทิแตกมันไม่น่ากิน น้ำผัดไทยที่เหลือ สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นไว้ผัดใหม่ได้ตามต้องการ

2 วิธีปอกหอมแดงจำนวนมากๆ ไม่ให้แสบตา โดยการแช่หอมแดงในน้ำซักพักแล้วปอกเปลือก จะปอกผิวของหอมแดงได้ง่ายและไม่เคืองตา

3 ผัดไทยไชยาจะอร่อยต้องกินตอนลงจากกระทะใหม่ๆ อาหารยังร้อน เพราะถ้าทิ้งให้เย็นความเหนียวนุ่มของเส้นจะหายไป 
ทำผัดไทยไชยา
ทำผัดไทยไชยา

ทำผัดไทยไชยา

สนใจจัดทริปเที่ยวทุกรูปแบบ ทั้งจัดสัมมนาดูงาน นำเที่ยวทั้งกรุ๊ปใหญ่และแบบไพรเวทเที่ยวแบบกรุ๊ปเล็กส่วนตัว  ให้บริการนำเที่ยวในจังหวัดสุราษฎร์ธานี พาเที่ยวทั่วไทย และพาไปต่างประเทศ จัดพาเที่ยวแบบครบวงจร นำเที่ยวโดยคนพื้นที่ชำนาญเส้นทาง พาเที่ยวแบบวีไอพี กิจกรรมสนุก เน้นไปกินอาหารอร่อยและเลือกนอนที่พักสบาย บริการแบบมืออาชีพด้วยมาตรฐานบริษัททัวร์ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 084-625-9929

สมัครเป็นเพื่อนทางไลน์ หรือช่องทาง https://lin.ee/dcUb0ed จะได้ไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ ที่อัพเดทความคืบหน้าทุกๆ วัน
เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ปลาอินทรีต้มแซ่บ ไม่มีกลิ่นคาว

ต้มปลาไม่ให้คาว
ปลาอินทรีต้มแซ่บ ไม่มีกลิ่นคาว

ปลาอินทรีเป็นปลาชั้นดี โดยเฉพาะเนื้อปลาอินทรีสดๆ ขึ้นจากทะเลใหม่ๆ จะยิ่งได้รสชาติความอร่อยที่น่ากินมากขึ้น ปลาอินทรีไม่ได้ทำอาหารอร่อยเฉพาะแค่เมนูปลาอินทรีเค็ม  หรือปลาอินทรีทอดน้ำปลาเท่านั้น สามารถนำไปทำอาหารได้หลากหลายเมนู หลายท่านอาจจะไม่ชอบรับประทานปลาตัวโตๆ โดยเฉพาะเมนูต้มหรือแกงเพราะกลัวคาว  แต่ถ้าเรารู้วิธีจัดการรับรองได้ว่า อาหารของเราไม่มีกลิ่นคาวให้เหลือติดปลายจมูกแน่นอน
เคล็ดลับต้มปลาไม่ให้คาว
ส่วนประกอบและวิธีทำ ปลาอินทรีต้มแซ่บ

1 ก่อนอื่นเราต้องเตรียมชิ้นปลาก่อน โดยหั่นเป็นชิ้นพอประมาณ ล้างทำความสะอาดแล้ว สะเด็ดน้ำให้แห้ง จากนั้น เอาน้ำใส่หม้อกะให้ท่วมชิ้นปลา ใส่ตะไคร้ทุบลงไปซัก 2 ต้น พอน้ำเดือดจัดค่อยใส่ชิ้นปลาลงไปลวกให้พอสุก ห้ามคนชิ้นปลา และเปิดฝาหม้อเอาไว้เพื่อให้ไอน้ำนำกลิ่นคาวปลาออกไปให้หมด จากนั้นยกชิ้นปลาขึ้นมา สะเด็ดน้ำแล้วใส่ถ้วยรอไว้ก่อน
ทำปลาอินทรีต้มแซ่บ


2 เตรียม ชิ้นปลาที่ลวกแล้ว 2 ชิ้น , ตะไคร้ทุบ 2 ต้น , หอมแดงซอย 3 หัว , กระเทียมสับ 1 หัว , พริกขี้หนูสับ 10 เมล็ด , น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ , น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

3 น้ำใส่หม้อตั้งไฟ ใส่ตะไคร้ หอมแดง และกระเทียมสับลงไป รอให้น้ำเดือดจัดก่อน แล้วค่อยใส่ชิ้นปลาลวกลงไป รอให้น้ำเดือดจัดอีกครั้ง
ต้มปลาอินทรีไม่ให้คาว


4 ผสมน้ำมะนาว น้ำปลา และพริกขี้หนูในถ้วย แล้วตักชิ้นปลากับน้ำต้มในหม้อใส่ลงในถ้วย จะลองชิมรสและปรับตามชอบก่อนก็ได้ แล้วเสริฟได้เลย
เคล็ดลับต้มปลาไม่ให้คาว


เคล็ดลับการทำปลาอินทรีต้มแซ่บ

1 ถ้าเราต้องการกำจัดกลิ่นคาวปลาทุกชนิดให้หมดไป วิธีที่ง่ายที่สุด ก็คือต้มน้ำกับตะไคร้ให้เดือดก่อน แล้วใส่ชิ้นปลาลงไปลวกแล้วทิ้งน้ำแรกไปก่อน เพราะน้ำแรกนี้จะล้างกลิ่นคาวออกมาจนหมด แต่ที่ต้องระวังคือระหว่างลวกหรือต้มชิ้นปลาไม่ควรคนน้ำในหม้อ เพราะจะทำให้กลิ่นคาวปลาออกมามากยิ่งขึ้น  รอแค่เนื้อปลาเริ่มสุก กลิ่นคาวปลาก็จะหมดไปเอง

2 ในน้ำที่ใช้ต้มจริง ที่ใส่ตะไคร้ หอมแดง และกระเทียมลงไปอีกครั้งเพื่อชูกลิ่นหอมให้น้ำต้มปลาน่ากินยิ่งขึ้น และช่วยกลบกลิ่นคาวปลาที่อาจหลงเหลืออยู่เล็กน้อยให้หมดไปสนิทจริงๆ เวลานำน้ำต้มไปใช้ เราอาจจะตักตะไคร้ หอมซอย และกระเทียมทิ้งไปก็ได้ หรือจะกินเป็นสมุนไพรก็อร่อยดี

3 ที่ใส่น้ำมะนาวข้างนอกหม้อต้ม ก็เพื่อรักษารสชาติ ความหอมและคุณค่าของน้ำมะนาวเอาไว้ไม่ให้ถูกทำลายด้วยความร้อนจัดบนเตาไฟ เวลารับประทานก็จะช่วยให้ได้กลิ่นมะนาวน่ากินยิ่งขึ้น เมนูนี้ เน้นเปรี้ยวนำ มีเผ็ดตามและเค็มแทรกอยู่เล็กน้อย ได้รสมันจากเนื้อปลาอินทรีสดๆ  แต่ก็สามารถปรับรสชาติได้ตามความชอบของคนกิน ต้องลองปรับส่วนผสมดูให้ถูกปากตนเอง

สนใจจัดทริปเที่ยวทุกรูปแบบ ทั้งจัดสัมมนาดูงาน นำเที่ยวทั้งกรุ๊ปใหญ่และแบบไพรเวทเที่ยวแบบกรุ๊ปเล็กส่วนตัว  ให้บริการนำเที่ยวแบบครบวงจร นำเที่ยวโดยคนพื้นที่ชำนาญเส้นทาง พาเที่ยวแบบวีไอพี กิจกรรมสนุก กินอาหารอร่อย เลือกที่นอนสบาย บริการแบบมืออาชีพด้วยมาตรฐานบริษัททัวร์ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 084-625-9929

สมัครเป็นเพื่อนทางไลน์ หรือช่องทาง https://lin.ee/dcUb0ed จะได้ไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ และ โปรโมชั่นทัวร์โดนๆ  รวมถึงความคืบหน้าโครงการบ้านสวนสำหรับวันเกษียณที่อัพเดทความคืบหน้าทุกๆ วัน

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

แกงมัสมั่นหมู อาหารอร่อยทำไม่ยาก

แกงมัสมั่น

แกงมัสมั่นหมู

เชฟสุรินทร์เคยสอนผมถึงวิธีทำแกงมัสมั่นไก่ ซึ่งเป็นอาหารเมนูอร่อยต้นกำเนิดคาดว่าน่าจะมาจากอาหารองชาวอิสลาม ซึ่งจะเน้นรสชาติไปทางหวานและมันมีรสเผ็ดแทรกนิดหน่อย นิยมรับประทานกันมากทางภาคใต้ วันนี้จะนำสูตรมาดัดแปลงเป็นเมนูมัสมั่นหมูที่อร่อยจนคงต้องทำกินบ่อยๆ

ส่วนประกอบและวิธีทำ มัสมั่นหมู 
1 เนื้อหมูติดหนังหั่นเป็นชิ้นพอประมาณ 1/2 กิโลกรัม , พริกแกงมัสมั่น 2 ขีด , หัวกะทิ 4 ถ้วยตวง , หางกะทิ 6 ถ้วยตวง ,  มันฝรั่งหั่น 1 ถ้วยตวง ,  ถั่วลิสงปอกเปลือก 1.5 ถ้วยตวง , น้ำมะขามเปียก 1 ถ้วยตวง , น้ำปลา 1/2 ถ้วยตวง , น้ำตาลปีบ 1 ถ้วยตวง

2 หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง ใส่หม้อยกขึ้นตั้งไฟ เปิดไฟอ่อนๆ พอกะทิเริ่มแตกตัวแล้วทยอยใส่หัวกะทิลงไปเรื่อยๆ จนหมด จากนั้นใส่เนื้อหมูลงไป พอหมูสุกดีแล้ว ค่อยใส่หางกะทิลงไปเปิดไฟกลางๆ จากนั้นใส่พริกแกงมัสมั่น คนไปเรื่อยๆ จากนั้นใส่มันฝรั่งตามลงไป แล้วค่อยปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำตาลปีบ และน้ำปลา ชิมรสดู หรี่ไฟลงเคี่ยวจนเนื้อหมูเปื่อยนิ่มดีแล้ว ตักขึ้นใส่ถ้วยเสริฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ ได้เลย

เคล็ดลับการทำ แกงมัสมั่น 
1 น้ำตาลปีบก่อนนำมาตวงไปใช้ ให้นำไปตั้งไฟให้ละลายก่อน จึงจะได้ส่วนผสมที่ถูกต้อง
2 ที่ต้องเคี่ยวหมูกับกะทิก่อนเพื่อให้มีรสมันถึงข้างในเนื้อหมู มีรสผ็ดของพริกแกงอยู่ข้างนอก เรียกได้ว่ารสชาติมีเผ็ดนอก(เล็กน้อย)แต่มีรสมันอร่อยที่ข้างใน จะยิ่งอร่อยมากขึ้นถ้าเคียวนานจนหมูเปื่อยนิ่ม โดยเฉพาะหนังหมูจะอร่อยมาก 

สนใจจัดทริปเที่ยวทุกรูปแบบ ทั้งจัดสัมมนาดูงาน นำเที่ยวทั้งกรุ๊ปใหญ่และแบบไพรเวทเที่ยวแบบกรุ๊ปเล็กส่วนตัว  ให้บริการนำเที่ยวแบบครบวงจร นำเที่ยวโดยคนพื้นที่ชำนาญเส้นทาง พาเที่ยวแบบวีไอพี กิจกรรมสนุก กินอาหารอร่อย เลือกที่นอนสบาย บริการแบบมืออาชีพด้วยมาตรฐานบริษัททัวร์ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 084-625-9929

สมัครเป็นเพื่อนทางไลน์ หรือช่องทาง https://lin.ee/dcUb0ed จะได้ไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ และ โปรโมชั่นทัวร์โดนๆ  รวมถึงความคืบหน้าโครงการบ้านสวนสำหรับวันเกษียณที่อัพเดทความคืบหน้าทุกๆ วัน

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

แกงส้มปลากระบอกหน่อไม้ดอง

แกงส้มปลากระบอกหน่อไม้ดอง
แกงส้มปลากระบอกหน่อไม้ดอง


หากให้นึกถึงเมนูอาหารรสเด็ดที่ขึ้นชื่อที่สุดของทางใต้ เมนูแกงส้มก็จะเป็นเมนูอันดับต้นๆ ที่จะโผล่ขึ้นมาให้คิดถึง โดยเฉพาะแกงส้มปลากระบอกหน่อไม้ดองเข้ากันสุดๆ โดยเฉพาะปลากระบอกชายฝั่งแถวละแวกของอ่าวไทยที่มีลักษณะเฉพาะดินทรายปนเลน รับอิทธิพลจากตะกอนปากแม่น้ำอย่างชายหาดแถวสุราษฎร์ธานี และจังหวัดอื่นๆ ที่มีลักษณะของหาดคล้ายๆ กัน จะได้กินปลากระบอกที่มีความหวานมันของเนื้อปลาเป็นพิเศษ เพราะความสมบูรณ์ของอาหารในทะเล อยากกินปลากระบอกแกงส้ม ก็จูงมือเข้าครัวไปกันเลย

ส่วนประกอบและวิธีทำ แกงส้มปลากระบอกหน่อไม้ดอง 

1 เตรียม ปลากระบอก 1 กิโลกรัม ทำเป็นชิ้นให้เรียบร้อย , พริกขี้หนู 30 เม็ด , หอมแดง 3 หัว , กระเทียม 1 หัว , ขมิ้น 1 แง่ง ,   กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ , น้ำมะขามเปียก 1 ถ้วย , หน่อไม้ดอง

2 นำพริกขี้หนู  หอมแดง กระเทียม  ขมิ้น  มาโขลกรวมกันให้ละเอียดแล้วใส่กะปิลงไปโขลกให้เข้ากัน

3 น้ำมะขามเปียกใส่หม้อตั้งไฟ ใส่พริกแกงลงไปรอให้เดือด ใส่หน่อไม้ดองลงไปพอน้ำเดือดก็ใส่ปลากระบอกลงไปรอจนเนื้อปลาสุก ก็ชิมรสดู เน้นให้เปรี้ยวนำจะอร่อยขึ้น ถ้ายังไม่เปรี้ยวบีบน้ำมะนาวลงไปด้วยก็ได้

เคล็ดลับการทำแกงส้มปลากระบอกหน่อไม้ดอง

1 หน่อไม้ดองจะมีสีคล้ำและเปรี้ยวหรือเค็มจัด อีกทั้งบางร้านที่ซื้อมาก็มีกลิ่นโดยเฉพาะหน่อไม้ดองในปี๊บจะมีกลิ่นค่อนข้างแรง  ให้ล้างโดยการต้มน้ำที่ใส่น้ำตาลปี๊ป 1 ช้อนโต๊ะ กับเกลือ 1ช้อนชาให้เดือดก่อน แล้วใส่หน่อไม้ดองลงไป ต้มซักครู่แล้วเทน้ำทิ้งไป  ก็จะได้หน่อไม้ดองอร่อยๆ ไม่มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวให้เอาไปทำแกงส้ม หรือนำไปทำเมนูอื่นๆ อร่อยๆ ได้แล้ว

2 ถ้าต้องการให้น้ำแกงใส น้ำมะขามเปียกให้กรองก่อนนำไปใช้งาน ถ้าเปรี้ยวมากหรือน้ำน้อยเกินไปก็สามารถเติมน้ำเปล่าลงไปได้

3 ขณะที่ใส่ปลากระบอกลงไปในหม้อแกง ต้องรอให้น้ำเดือดจัดก่อน และห้ามคนเด็ดขาดจนกว่าปลาจะสุกเพราะจะทำให้กลิ่นคาวปลาออกมาในน้ำแกง ระหว่างแกงบนเตาเปิดฝาหม้อไว้ก็ดีเพื่อให้ไอน้ำพากลิ่นคาวปลาออกไปให้หมด

4 แกงส้มแบบทางใต้จะเน้นรสเปรี้ยวนำเผ็ดตาม มีเค็มแทรกนิดหน่อย จะอร่อยที่สุด ถ้าไม่เปรี้ยวเมื่อยกลงจากเตาก็บีบน้ำมะนาวลงไปก็จะหอมกลิ่นมะนาวน่ากินยิ่งขึ้น  โดยน้ำมะขามเปียกที่ใช้คือนอกจากจะมีรสเปรี้ยวแล้วยังมีรสหวานแทรกอยู่เล็กน้อยด้วย

สนใจจัดทริปเที่ยวทุกรูปแบบ ทั้งจัดสัมมนาดูงาน นำเที่ยวทั้งกรุ๊ปใหญ่และแบบไพรเวทเที่ยวแบบกรุ๊ปเล็กส่วนตัว  ให้บริการนำเที่ยวแบบครบวงจร นำเที่ยวโดยคนพื้นที่ชำนาญเส้นทาง พาเที่ยวแบบวีไอพี กิจกรรมสนุก กินอาหารอร่อย เลือกที่นอนสบาย บริการแบบมืออาชีพด้วยมาตรฐานบริษัททัวร์ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 084-625-9929

สมัครเป็นเพื่อนทางไลน์ หรือช่องทาง https://lin.ee/dcUb0ed จะได้ไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ และ โปรโมชั่นทัวร์โดนๆ  รวมถึงความคืบหน้าโครงการบ้านสวนสำหรับวันเกษียณที่อัพเดทความคืบหน้าทุกๆ วัน

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ