สคริปกูเกิล

วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ต้มยำขาหมู อาหารบำรุงไขข้ออร่อย ทำกินไม่ยาก

ต้มยำขาหมู อร่อยบำรุงไขข้อได้เป็นอย่างดี
บุคคลสำคัญของบ้านคือแม่ของแฟน  มีโรคประจำตัวคือมีอาการกระดูกข้อเข่าเสื่อม ซึ่งเป็นไปตามวัย ยิ่งอายุมากภาวะความเสื่อมของร่างกายก็มีเป็นธรรมดา ยิ่งแม่เป็นคนรักสวยรักงามไม่แตะอาหารไขมันเลยมาตั้งแต่สาวๆ ถ้าเป็นหมูก็เลือกกินแต่เนื้อแดงแถมยังไม่ค่อยกินเนื้อหมูอีกต่างหากปกติก็มักเขี่ยทิ้ง  ปัญหาที่เกิดขึ้นคือมีอาการน้ำไขข้อแห้ง เดินมีเสียงดังก๊อกๆแก๊กๆ บริเวณหัวเข่า และเป็นโรคกระดูกข้อเข่าเสื่อมจนถึงขั้นต้องผ่าเปลี่ยนใส่เหล็กที่กระดูกเข่ามาครั้งหนึ่งแล้ว ตอนนี้คุณภรรยาก็เริ่มมีอาการปวดหัวเข่า จนต้องไปฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่าซะแล้ว สาเหตุนะหรือส่วนหนึ่งก็เหมือนแม่เลย ไม่กินของที่มีไขมันบ้างมาตั้งแต่เด็กเลย ความจริงไขมันนั้นมีประโยชน์มาก นอกจากให้พลังงานสูงแล้วยังให้ความชุ่มชื่นเต่งตึงให้กับผิว พูดไม่ได้โม้เลย ผมอายุมากกว่าแฟนแต่ผิวกลับตึงและนุ่มกว่า เพียงแต่ผิวของผมมันตากแดดตากลมเกือบทุกวันเพราะผมชอบเล่นกีฬากลางแจ้ง เลยคล้ำขึ้นเรื่อยๆ และไขมันยังช่วยให้มีสารหล่อลื่นตามข้อต่อต่างๆของร่างกาย เหมือนรถยนต์ที่ต้องเติมน้ำมันหล่อลื่นนั่นแหละครับ การขาดไขมันจนเกินพอดีก็ทำให้เป็นโรค(ข้อ)ได้ง่ายๆ


แต่ถ้าได้รับไขมันเกินพอดีเหมือนผม(เพราะผมชอบมาก555) ก็จะอ้วน เพียงแต่ว่าผมได้ออกกำลังกายเสียเหงื่อเยอะเกือบทุกวัน จึงไม่ทำให้ร่างกายอ้วนมากแต่อย่างใด แถมไปตรวจเลือดทีไรไขมันก็ไม่เคยสูง ตรงกันข้ามแม่และแฟนซึ่งไม่กินอาหารที่มีไขมันเลย กลับมีไขมันในเลือดสูงกว่าผมซะอีก นั่นแสดงว่าการออกกำลังกายเสียเหงื่อเยอะๆ ก็รีดไขมันออกจากเลือดได้เป็นอย่างดีด้วย แล้วคุณละถ้ากลัวอาหารไขมันขึ้นสมอง ระวังนะครับ โรคไขข้อเสื่อมจะถามหา กินไขมันบ้างเถอะครับ กินให้เหมาะให้ควรกินอาหารให้หลากหลาย กินให้ครบทั้ง 5 หมู่ และกินแล้วออกกำลังกายซะบ้าง เท่านี้ร่างกายก็จะได้แข็งแรงไม่ค่อยอมโรคแล้วละครับ

อาหารบำรุงไขข้อที่ผมชอบทำรับประทานบ่อยๆ นั่นคือ ต้มยำขาหมู ผมคิดเอาเองว่าหนังหมูมันยืดหยุ่นน่าจะมีคอลลาเจนและไขมันประเภทที่ดีๆเยอะแยะ แถมขาหมูยังมีเอ็นหยุ่นๆ กระดูกทั้งแข็งและอ่อน ผมได้ยินคนโบราณสอนให้เราต้มขาหมูกินบ่อยๆ ถ้าเป็นอิสลามก็ต้มขาวัวแทน จะช่วยป้องกันโรคไขข้อกระดูกเสื่อมได้เป็นอย่างดี แต่ไม่ใช่รอให้ไขข้อกระดูกเสื่อมแล้วค่อยมาทานต้มขาหมู ไอ้อย่างนั้นมันช่วยไม่ค่อยไหวแล้ว เหมือนกับที่คุณหมอชอบสอนว่าการป้องกันปัญหาสุขภาพง่ายกว่าการรักษามากนัก กลับมาดูเทคนิคการทำต้มยำขาหมูของผมกันดีกว่า

ส่วนประกอบและวิธีทำ ต้มยำขาหมู
1 ขาหมู 1 ซีก สับให้เป็นชิ้นเล็กๆ ล้างให้สะอาด นำไปต้มหรือตุ๋นจนสุกเปื่อย ผมใช้เทคนิคต้มน้ำเย็น คือเอาขาหมูใส่หม้อเติมน้ำให้ท่วม ใส่กระเทียมทุบลงไปตามชอบแล้วค่อยนำไปตั้งไฟ เปิดไฟแรงๆ ก่อน จนน้ำเดือดจัดแล้วค่อยหรี่ใช้ไฟอ่อนๆ ตุ๋นไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นก็ให้ขยันตักฟองทิ้ง เพราะในฟองจะมีเลือดปนอยู่ซึ่งจะเป็นสาเหตุทำให้น้ำซุปของเราขุ่นคล้ำสีไม่สวย ขยันตักฟองทิ้งไปเรื่อยๆ ก็จะได้น้ำซุปที่ใสวิ้งน่าทานเลยละครับ

2 ระหว่างนั้นก็เอากระเทียม ซัก 2 หัว พริกไทยดำซัก  1/2 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูประมาณ 7-10 เม็ด   กระเทียมช่วยลดไขมันและความดันได้ดีทีเดียว ส่วนพริกไทยรสร้อนมีสรรพคุณทำให้ร่างกายอบอุ่น ช่วยเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี นำทั้ง 3 อย่างตำรวมเข้ากันพอหยาบๆ เมื่อหมูเริ่มเปื่อยก็ใส่ลงไปในหม้อได้เลย แล้วทุบตะไคร้ใส่ลงไป 1-2 ต้น ฝานหอมแดงบางๆ ใส่ลงไป 1 หัว เด็ดใบมะกรูดมาฉีกใส่ลงไปซัก 2-3 ใบ และใส่น้ำพริกเผาลงไป 1 ช้อนโต๊ะ (แหะๆ น้ำพริกเผาหมด ไม่ใส่ก็ได้ อาศัยเหยาะน้ำตาลทราบแทนลงไปนิดหน่อยประมาณ 1  ช้อนชา)  ตุ๋นจนได้กลิ่นหอมถูกใจ  ตักขาหมูขึ้นมาใส่ถ้วยก่อนกะพอดีกินแล้วค่อยบีบน้ำมะนาวใส่ลงไปซักประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ ขาหมูที่เหลือในหม้อก็เก็บไว้ก่อนสำหรับการกินมื้อหลัง เพราะถ้าบีบน้ำมะนาวใส่ลงไปในหม้อ เวลานำไปอุ่นมื้อหลัง กลิ่นและรสของมะนาวจะเสียไป

เท่านี้เราก็ได้อาหารวิเศษรสเลิศสำหรับป้องกันโรคไขข้อเสื่อมแล้ว ใครไม่อยากโอดโอยเพราะปวดเมื่อยตามข้อเข่าตอนแก่ ก็ลองทำรับประทานกันบ่อยๆ เด้อ แต่อย่าปล่อยให้เป็นโรคก่อนแล้วค่อยทำกิน อย่างนั้นกินวันละ 2 ขา อีนี่ฉานก็ช่วยอะไรไม่ได้นะนายจ๋า  พยายามออกเสียงให้เหมือนแขกพูดไทยไม่ชัด จะได้อรรถรสในอารมณ์มากขึ้น หุหุหุ
ข้อมูลโดย
ก้าวหน้าดอทคอม


แสดงความคิดเห็น