วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

แกงส้มปลากระพงกับออดิบแบบเร็วทันใจ และอร่อย

แกงส้มปลากระพงกับออดิบ
แกงส้มปลากระพงกับออดิบ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นอาหารทางใต้รสแซ่บเข้มข้น ยิ่งแซ่บมากเท่าไรก็ยิ่งอร่อยเท่านั้น ซึ่งความจริงสูตรการทำแกงส้มให้อร่อยมีหลายวิธี จะทำแบบพิถิพิถันก็ได้  เอาแบบง่ายๆแต่อร่อยก็ทำได้ไม่ยาก ยิ่งยุคนี้สมัยนี้มัวแต่ประดิดประดอยให้ครบเครื่องแต่งถ้วยแต่งจานให้สวยหรูแบบร้านอาหาร คงช้้เวลาเป็นครึ่งวันกว่าจะได้กิน อย่ากระนั้นเลยวันนี้ขอเมนูแกงส้มไม่พิถีพิถันแต่ขอรสชาติความอร่อยแบบจัดเต็ม มำทำกินกันดีกว่า

ส่วนประกอบและวิธีทำแกงส้มกับออดิบ

วัตถุดิบทำแกงส้มปลากระพงกับออดิบ

1 เตรียมเครื่องปรุง มีปลากระพง 200 กรัม หั่นเป็นชิ้น , ออดิบปอกผิวออกแล้วหั่นแช่น้ำ 1 ถ้วย , พริกแกงส้ม 1.5 ช้อนโต๊ะ , มะขามเปียกประมาณ 1 กำมือ  (ปกติถ้าเป็นพริกแกงซื้อจากตลาดจะมีรสออกเค็มก็ไม่จำเป็นต้องใส่กะปิ แต่ถ้าอยากให้น้ำแกงข้นมากขึ้นจะใส่กะปิลงไปซักครึ่งช้อนโต๊ะก็ได้)

ต้มมะขามเปียกก่อน

2 ปกติถ้าจะให้น้ำแกงสวยงามก็จะนำมะขามเปียกมาคั้นแล้วกรองเอาแต่น้ำ แต่วันนี้ขอใช้วิธีเอาน้ำใส่หม้อแล้วใส่มะขามเปียกลงไปต้มเลย ไม่ต้องเสียเวลาคั้นน้ำมะขามเปียก พอน้ำเดือดจัดก็จะได้รสเปรี้ยวจากมะขามเปียกได้เลย เพราะเวลาเรากินเราก็ไม่ได้ทานฝักมะขามอยู่แล้ว

ต้มมะขามเปียกจนน้ำเดือด 

3 รอจนน้้ำต้มมะขามเปียกเดือดจัด จะชิมรสดูถ้าเปรี้ยวถูกใจแล้วตักเนื้อมะขามออกมาก็ได้ แต่ส่วนตัวชอบเปรี้ยวแบบเข้มข้นก็เลยเก็บไว้อย่างนั้น หลังจากนั้นก็ใส่พริกแกงส้มลงไป

รอน้ำแกงเดือดจัดแรงๆ ก่อนค่อยใส่เนื้อปลาลงไป
4 เมื่อใส่พริกแกงลงไปในหม้อแล้วให้รอจนน้ำแกงเดือดจัดก่อนแล้วค่อยใใส่เนื้อปลากระพงลงไป ข้อควรระวังคือห้ามคนเด็ดขาดเพราะน้ำคาวปลาจะออกมาในน้ำแกง รอให้เนื้อปลาสุกดีแล้วค่อยตักเฉพาะออดิบใส่ลงไปในหม้อแกง 

 หมายเหตุ ออดิบปกติถ้าเราปอกผิวออกและและหั่นทิ้งไว้ ผิวของออดิบจะมีสีคล้ำแดงจึงต้องแช่น้ำไว้ก่อน เวลาจะใส่แกงค่อยตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำใส่ลงไปในหม้อแกง
ใส่ออดิบลงไปในน้ำแกง
5 เมื่อใส่ออดิบลงไปแล้วก็ปิดฝาหม้อแกง รอให้น้ำแกงเดือดอีกครั้งออดิบจะเริ่มสุกและยุบตัวพร้อมทั้งดูดน้ำแกงเข้าไปในเนื้อทำให้เวลาทานจะได้รสชาติที่ดีกว่า เมื่อออดิบสุกดีก็ชิมรสดู ปรับเอาตามชอบ แล้วก็ปิดแกสยกหม้อลงจากเตาใส่ถ้วยเสริฟพร้อมข้าวสวยได้เลย ยิ่งเสริฟพร้อมไข่เจียวกรอบฟูยิ่งอร่อยเพลินเลยทีเดียว
แกงส้มปลากระพงกับออดิบ
แกงส้มปลากระพงกับออดิบ อาหารอร่อยทำกินไม่ยาก วัตถุดิบมีพร้อมไม่เกิน  10 นาทีก็ได้กิน เป็นเมนูอาหารง่ายๆ แต่อร่อยซี๊ดช่วยเจริญอาหารได้ดีทีเดียว ส่วนคนกินชอบรสชาติแบบไหนก็ลองไปทำกินและปรับสูตรให้ถูกปากกันดู

แกงส้มปลากรพงกับออดิบ

สนใจจัดทริปเที่ยวทุกรูปแบบ ทั้งจัดสัมมนาดูงาน นำเที่ยวทั้งกรุ๊ปใหญ่และแบบไพรเวทเที่ยวแบบกรุ๊ปเล็กส่วนตัว ให้บริการนำเที่ยวแบบครบวงจร นำเที่ยวโดยคนพื้นที่ชำนาญเส้นทาง พาเที่ยวแบบวีไอพี กิจกรรมสนุก กินอาหารอร่อย เลือกที่นอนสบาย บริการแบบมืออาชีพด้วยมาตรฐานบริษัททัวร์ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 084-625-9929

สมัครเป็นเพื่อนทางช่องทาง https://lin.ee/dcUb0ed จะได้ไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ และโปรโมชั่น ทัวร์โดนๆ รวมถึงความคืบหน้าโครงการบ้านสวนสำหรับวันเกษียณที่อัพเดทความคืบหน้าทุกๆ วัน

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร เรืองแพ

www.rkatour.com

วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

เคล็ดลับง่ายๆ ในการทำผัดกระเพรากุ้งให้อร่อย น่ากิน

เคล็ดลับง่ายๆ ในการทำผัดกระเพรากุ้งให้อร่อย น่ากิน
เมนูผัดกระเพรากุ้ง เขื่อว่าเป็นหนึ่งในอาหารจานโปรดของใครหลายคน นอกจากเป็นอาหารที่สั่งกินง่าย ทำกินได้ไว รสชาติอร่อยถูกปากคนไทยที่สำคัญก็คือมีอาหารแทบจะครบทั้ง 5 หมู่  การจะทำผัดกระเพรากุ้งให้อร่อยเหมือนร้านอาหารขายดี ทำได้ไม่ยาก ไปดูวิธีทำผัดกระเพรากุ้งกินเองที่เชื่อว่าทุกคนสามารถทำกินเองได้ง่ายมาก

ส่วนประกอบในการทำผัดกระเพรากุ้งให้น่ากิน

ส่วนประกอบและเคล็ดลับวิธีทำผัดกระเพรากุ้งให้น่ากินมีรสชาติเข้มข้นถูกปาก


1 ก่อนอื่นต้องเตรียมวัตถุดิบหรือส่วนประกอบให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งประกอบด้วย กุ้งสดแกะเปลือกผ่าหลัง 150 กรัม , ใบกระเพราปริมาณตามชอบยิ่งเยอะยิ่งอร่อย , กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ , พริกขี้หนูสับ 7-8 เม็ด , ซอสน้ำมันหอย 1.5 ช้อนโต๊ะ , น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ

เตรียมวัตถุดิบทำผัดกระเพรากุ้ง


2 ใส่น้ำมันพืชลงไปในกระทะตั้งไฟจนกระทะร้อนดีแล้ว ละเลงเคลือบน้ำมันให้ทั่วกระทะ เสร็จแล้วเทน้ำมันออกให้มากที่สุด หรือเหลือแค่ติดกระทะนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร การเคลือบกระทะวิธีนี้นอกจากทำให้อาหารไม่ติดกระทะเวลาผัด เราก็จะได้ไม่ต้องกินน้ำมันเยอะเกินไป อีกทั้งสามารถประหยัดน้ำมันได้ดีมากด้วย เพราะน้ำมันที่ใช้เคลือบกระทะ เราสามารถเก็บมาใช้ใหม่ได้อีกหลายครั้งเพราะมันเป็นน้ำมันสะอาดยังไม่ได้ผ่านการทำอาหาร

ผัดพริกขี้หนูกับกระเทียมให้หอมก่อน
3 เมื่อเคลือบกระทะดีแล้ว และเทน้ำมันออกไป ให้ใส่กระเทียมและพริกขี้หนูสับลงไปผัดจนเหลืองหอม  เป็นการเร่งให้น้ำมันหอมระเหยในพริกขี้หนูและกระเทียมออกมาทำให้อาหารมีกลิ่นน่ากินยิ่งขึ้น
ใส่กุ้งลงไปผัด แล้วค่อยปรุงรส
4 เมื่อกระเทียมและพริกขี้หนูเริ่มสุกหอมก็ใส่กุ้งลงไปผัด ปรุงรสชาติด้วยซอสน้ำมันหอยและน้ำตาล กะเอาปริมาณตามชอบ ผัดต่อไปจนกุ้งเริ่มสุกแดง
ทำกุ้งผัดกระเพราให้น่ากิน

ใส่ใบกระเพราลงไปหลังสุด
5 เมื่อกุ้งเริ่มสุกแดง แต่ไม่ต้องรอให้กุ้งสุกจัด ก็ใส่ใบกระเพราลงไปผัดให้เข้ากัน ผัดเร็วๆ ไฟแรงๆ จะมีกลิ่นหอมฟุ้งทั่วบ้านน่ากินมากทีเดียว สังเกตพอใบกระเพราะเริ่มยุบได้ที่ดีแล้วก็ตักใส่จานเสริฟได้เลย

เคล็ดลับการทำผัดกระเพราให้มีกลิ่นหอมรสชาติเข้มข้นน่ากิน จะสังเกตได้ว่าวิธีนี้จะใช้น้ำมันน้อยมาก และจะไม่มีการเติมน้ำลงไปจนทำให้อาหารแฉะซึ่งจะไปกลบรสชาติและลดความเข้มข้นน่ากินของผัดกระเพราลง ทั้งนี้หากเราเคลือบกระทะด้วยน้ำมันดีพออาหารก็จะไม่แห้งและไหม้ติดกระทะแน่นอน

วิธีทำกุ้งผัดกระเพราให้ได้กลิ่นหอมกินอร่อย รสชาติเข้มข้นน่ากินมาก


สนใจจัดทริปเที่ยวทุกรูปแบบ ทั้งจัดสัมมนาดูงาน นำเที่ยวทั้งกรุ๊ปใหญ่และแบบไพรเวทเที่ยวแบบกรุ๊ปเล็กส่วนตัว ให้บริการนำเที่ยวแบบครบวงจร นำเที่ยวโดยคนพื้นที่ชำนาญเส้นทาง พาเที่ยวแบบวีไอพี กิจกรรมสนุก กินอาหารอร่อย เลือกที่นอนสบาย บริการแบบมืออาชีพด้วยมาตรฐานบริษัททัวร์ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 084-625-9929

สมัครเป็นเพื่อนทางช่องทาง https://lin.ee/dcUb0ed จะได้ไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ และโปรโมชั่น ทัวร์โดนๆ รวมถึงความคืบหน้าโครงการบ้านสวนสำหรับวันเกษียณที่อัพเดทความคืบหน้าทุกๆ วัน

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร เรืองแพ

www.rkatour.com

วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2565

เคล็ดลับของน้ำมันทำข้าวผัดให้น่ากิน

เคล็ดลับทำข้าวผัดให้อร่อยน่ากิน
 ข้าวผัด เชื่อว่าหลายๆ คนต้องชอบกินเมนูนี้แน่นอน ยิ่งร้านอาหารไหนทำข้าวผัดอร่อยๆ รับรองว่ามีคนติดใจและติดตามเป็นลูกค้าขาประจำเยอะแน่นอน เพราะข้าวผัดอาหารง่ายๆ ต้นทุนต่ำ ราคาไม่แพง ทำกินได้เร็ว แต่เชื่อไหมการทำข้าวผัดให้อร่อยและน่ากินต้องอาศัยทั้งทักษะและประสบการณ์ของผู้ทำมากเลย เริ่มตั้งแต่การเลือกข้าวมาผัดต้องใช้ข้าวที่หุงพอดีและต้องทิ้งให้เย็นก่อน มีลำดับการผัดข้าวที่เป็นขั้นตอน รวมทั้งการคุมไฟที่ดี แม้แต่การเลือกช้กระทะเช่นกระทะเหล็กเพื่อห้ข้าวผัดมีกลิ่นเฉพาะตัว แต่สิ่งที่เป็นเคล็ดลับความอร่อยที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่งของเมนูข้าวผัดคือ น้ำมันที่ใช้ผัดข้าว

เตรียมไขมันหมูเพื่อเจียวเอาน้ำมัน
น้ำมันที่เป็นสูตรลับความอร่อย ที่เชฟทั้งครัวไทยและครัวจีนนิยมใช้ทำข้าวผัดมากที่สุดคือ น้ำมันหมูที่เจียวใหม่ๆ เพราะจะให้กลิ่นหอมและรสชาติเฉพาะตัว ถ้าผัดเป็นรับรองว่ามีแต่คนติดใจ หลายคนกังวลว่าน้ำมันหมูจะไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ถ้าเราคิดพิจารณาให้ดีคนโบราณก็ใช้น้ำมันหมูทำอาหารมาเป็นพันปี น้ำมันหมูเจียวเองไม่มีการปรุงแต่งกับน้ำมันพืชสังเคราะห์ผ่านกรรมวิธีที่วางทิ้งไว้กี่ปีกี่เดือนก็ไม่เสียไม่มีกลิ่นหืนอันเป็นธรรมชาติของน้ำมัน ก็ไม่รู้ว่าน้ำมันอะไรจะน่ากลัวกว่ากัน แต่ที่รู้คือ ถ้าใช้น้ำมันหมูเจียวใหม่ๆ ผัดข้าวผัดหรือแม้แต่อาหารอื่นๆ จะได้อาหารที่หอมน่ากินกว่าจนร้านอาหารจีนระดับภัตตาคารต้องเจียวน้ำมันหมูไว้ใช้เอง ก็คงพอจะการันตีได้ว่า น้ำมันหมูอร่อยและดีต่อใจในการทำอาหารอร่อยๆ ให้ลูกค้าได้กินแน่นอน
 
ทำน้ำมันหมูไว้ใช้ทำกับข้าว
วิธีทำหรือเจียวน้ำมันหมูไว้ใช้ทำกับข้าวเอง

ก่อนอื่นให้นำไขมันหมูปริมาณตามต้องการมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อน จากนั้นใส่ลงไปนหม้อหรือกระทะ โรยด้วยเกลือป่นเล็กน้อย อาจจะฉีกใบเตยใส่ลงไปด้วยก็ได้จะได้เพิ่มกลิ่นหอมให้น้ำมัน แล้วเติมน้ำลงไปประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ นำขึ้นตั้งไฟใช้ไฟอ่อนๆ เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนได้น้ำมันหมูออกมาเต็มที่ แล้วแยกกากหมูเก็บไว้ใช้ทำเมนูอื่นๆ หรือจะทิ้งไปก็ได้ กรองเอาแต่น้ำมันหมูเก็บไว้ใช้งาน
 
เจียวน้ำมันหมูไว้ทำข้าวผัดอร่อยๆ
เคล็ดลับใในการเจียวน้ำมันหมู
1 การเติมน้ำเปล่าลงไปก่อนเคี่ยวน้ำมันออกจากกากหมู เพื่อให้น้ำไปทำปฏิกิริยาและเร่งใให้น้ำมันออกมาจากกากหมูเร็วขึ้นโดยน้ำมันไม่ประทุ แต่ห้ามเติมน้ำลงไปทีหลังในน้ำมันร้อนๆ เด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้น้ำมันระเบิดกระเด็นอันตรายได้
เคี่ยวน้ำมันหมูไว้ใช้ทำข้าวผัดและเมนูอาหารอื่นๆ
2 เกลือที่ใส่ลงไปเพื่อทำให้น้ำมันเก็บได้นานขึ้น ใบเตยจะทำให้น้ำมันที่เคี่ยวมาได้มีกลิ่นหอม

3 การเก็บรักษาน้ำมันหมูที่เจียวมาได้ หากใช้ไม่หมดต้องนำมาอุ่นด้วยไฟกลาง จนน้ำมันเริ่มเดือด ทุกๆ วัน เพื่อไม่ให้น้ำมันมีกลิ่นหืน วิธีนี้ก็จะเก็บน้ำมันหมูไว้ทำอาหารอร่อยๆ ได้นานขึ้น

น้ำมันหมูที่เจียวได้ 

สนใจจัดทริปเที่ยวทุกรูปแบบ ทั้งจัดสัมมนาดูงาน นำเที่ยวทั้งกรุ๊ปใหญ่และแบบไพรเวทเที่ยวแบบกรุ๊ปเล็กส่วนตัว ให้บริการนำเที่ยวแบบครบวงจร นำเที่ยวโดยคนพื้นที่ชำนาญเส้นทาง พาเที่ยวแบบวีไอพี กิจกรรมสนุก กินอาหารอร่อย เลือกที่นอนสบาย บริการแบบมืออาชีพด้วยมาตรฐานบริษัททัวร์ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 084-625-9929

สมัครเป็นเพื่อนทางช่องทาง https://lin.ee/dcUb0ed จะได้ไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ และ โปรโมชั่นทัวร์โดนๆ รวมถึงความคืบหน้าโครงการบ้านสวนสำหรับวันเกษียณที่อัพเดทความคืบหน้าทุกๆ วัน

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร เรืองแพ

www.rkatour.com

วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565

ยำแคบหมูให้อร่อย และน่ากินมาก

ยำแคบหมู
ยำแคบหมู ง่ายๆ คือหนังหมูทอดให้กรอบแล้วนำมายำ วิธีทำไม่ยากจะซื้อแคบหมูสำเร็จรูปหรือจะทำหนังหมูทอดกรอบๆ เอามายำก็ได้ มีหนังหมูกรอบอร่อยเป็นวัตถุดิบต้นทางมาผามกับน้ำยำเข้มข้นกินเล่นก็ได้กินกับข้าวก็อร่อย

ทำยำหนังหมูทอดกรอบ
ส่วนประกอบและเคล็ดลับการทำยำแคบหมูให้อร่อยน่ากิน
1 เตรียมหนังหมูทอดกรอบหรือแคบหมูสำเร็จรูป 1 ถ้วย , หอมแดงซอย พริกขี้หนูซอยกะปริมาณตามชอบ 

2 ใช้ส่วนผสมของน้ำมะนาว น้ำปลาและน้ำตาลทรายในอัตรา 4:2:1 หรือปรับลดตามชอบ แนะนำให้ปอกผิวมะนาวก่อนบีบเอาน้ำมะนาวเพื่อไม่ให้น้ำมันจากผิวมะนาวทำให้น้ำมะนาวขม ผสมรวมกันจนน้ำตาลละลายเข้ากันดีแล้วค่อยใส่พริกขี้หนูกับหอมแดงซอยลงไปผสมรวมกัน
ทำยำหนังหมูทอดกรอบ
3 ถ้าต้องการกินยำหนังหมูกรอบๆ ก็ราดน้ำยำและคลุกเคล้ากับหนังหมูทอดตอนจะกินได้เลย แต่ถ้าจะกินหนังหมูยำนิ่มหยุ่นเวลาเคี้ยวจะรู้สึกถึงรสชาติของน้ำยำเข้าไปในหนังหมูมากขึ้น ก็ให้คลุกเคล้าหนังหมูทอดกับน้ำยำแล้วรอซัก 5-10 นาทีค่อยเสริฟ จะเลือกทานแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับความชอบได้เลย
ยำแคบหมู

ติดตามสาระดีๆ อีกมากมายได้ที่   www.rkatour.com หรือสมัครเป็นเพื่อนผ่านช่องทาง https://lin.ee/dcUb0ed จะได้ไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ และ โปรโมชั่นทัวร์โดนๆ  รวมถึงความคืบหน้าโครงการบ้านสวนสำหรับวันเกษียณที่อัพเดทความคืบหน้าทุกๆ วัน

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ

วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ผัดยอดฟักทองให้อร่อย และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง

ผัดยอดฟักทองให้น่ากิน
ยอดอ่อนของฟักทองมีคุณค่าทางโภชนาการเยอะ  ฟักทองเป็นพืชที่ปลูกง่าย โดยเฉพาะยอดอ่อนๆ ของฟักทองเอามาผัดกินได้ด้วย ถ้ามีเคล็ดลับการทำอาหารนิดหน่อยรับรองว่าอร่อยไม่แพ้ผักชนิดใดเลย ในยอดของฟักทองมีทั้งแคลเซียม ฟอสฟอรัส โปรตีน และวิตามินเอสูง สามารถช่วยบำรุงสายตา บำรุงกระดูก และลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง แต่เพื่อสงวนคุณค่าในยอดฟักทองและทำห้อาหารน่ากิน ต้องใช้เทคนิคการปรุงกันหน่อย

ทำผัดยอดฟักทอง
ส่วนประกอบและวิธีทำผัดยอดฟักทอง
1 เตรียมยอดฟักทองเลือกเก็บมาเฉพาะส่วนที่อ่อนและยังนิ่ม 1 กำมือ ,  กระเทียมสับ 1 หัว , พริกขี้หนูสับ 3-5 เม็ด , น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ , น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา  น้ำเปล่าเล็กน้อย ทุกอย่างนำมาเทรวมกันในกะละมังใบเล็กเพื่อรอผัดพร้อมกันทีเดียว
ทำผัดยอดผักให้น่ากิน
2 กระทะตั้งไฟใส่น้ำมันลงไปเคลือบให้ทั่วกระทะก่อน จากนั้นเทน้ำมันออกเหลือติดกระทะนิดหน่อย เปิดไฟไม่ต้องแรงมาก ใส่เนื้อหมูกะเอาปริมาณตามชอบลงไปรวนในกระทะจนเนื้อหมูเริ่มสุก
เคล็ดลับผัดยอดฟักทองให้อร่อย
3 พอเนื้อหมูเริ่มสุกดีแล้วก็เร่งไฟให้แรง ใส่ส่วนผสมในข้อ 1 ลงไปผัดเร็วๆ พอยอดฟักทองเริ่มสลบหรือนิ่ม ก็ปิดไฟตักอาหารใส่จานได้เลย โดยไม่ต้องรอให้ผักสุกบนเตา ความร้อนที่สะสมไว้จะทำให้ผักสุกนิ่มในจานโดยที่ยังมีสีสวยน่ากิน
เคล็ดลับการทำผัดผักให้น่ากิน
เคล็ดลับความอร่อยของการทำผัดยอดฟักทอง คือเวลาผัดต้องใช้ไฟแรงผัดเร็ว โดยให้ยอดฟักทองโดนความร้อนในกระทะบนเตาสั้นที่สุด เพื่อรักษาสีเขียวและคุณค่าของผักเอาไว้ ดังนั้นเราจึงต้องปรุงรสของอาหารไว้ล่วงหน้าเพื่อความไวในการผัด

ติดตามสาระดีๆ อีกมากมายได้ที่ www.rkatour.com  หรือสมัครเป็นเพื่อนผ่านช่องทาง https://lin.ee/dcUb0ed จะได้ไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ และ โปรโมชั่นทัวร์โดนๆ  รวมถึงความคืบหน้าโครงการบ้านสวนสำหรับวันเกษียณที่อัพเดทความคืบหน้าทุกๆ วัน

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ

วันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

ไข่ต้มพะโล้สูตรโบราณ ไม่ใส่เครื่องพะโล้ก็อร่อยมาก

ไข่ต้มพะโล้

 ไข่ต้มพะโล้  เป็นอาหารโบราณที่นิยมกินกันมานาน เชื่อว่าถ้าโตขึ้นมาคงจะไม่มีใครไม่เคยกินไข่ต้มพะโล้อร่อยๆ ไข่ต้มพะโล้ไม่ได้ชอบกินแต่คนไทยเท่านั้น บางมื้อผมก็จัดเมนูไข่พะโล้ให้ลูกค้าชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองไทยได้กินด้วย ปรากฏว่าแทบทุกคนชอบและติดใจไข่พะโล้มาก ถึงขนาดขอสูตรไปทำกินเองที่ประเทศของเขาบ้างก็ยังมี 

วัตถุดิบหลักทำไข่ต้มพะโล้

การทำไข่พะโล้มีหลายสูตรเด็ด แตกต่างกันไปตามความนิยมของแต่ละท้องถิ่น ส่วนใหญ่จะต้องมีเครื่องปรุงผงพะโล้เป็นส่วนประกอบ แต่การทำพะโล้สูตรโบราณบางสูตรก็ไม่ได้ใส่ผงพะโล้ แถมกินอร่อยมากด้วย ไปดูวิธีทำไข่ต้มพะโล้อร่อยๆแบบโบราณโดยไม่ต้องใส่เครื่องปรุงพะโล้ทำกินด้วยกัน

ส่วนผสมทำไข่ต้มพะโล้

ส่วนประกอบและวิธีทำไข่ต้มพะโล้แบบโบราณโดยไม่ต้องใช้ผงพะโล้

1 เตรียมไข่ต้ม 7 ฟอง  , เนื้อหมู 3 ชั้นหั่นเป็นชิ้น 1/2 กิโลกรัม หั่นเป็นชิ้นโตๆ หน่อยจะได้กินเต็มปากเต็มคำ , รากผักชี 3 ราก , กระเทียม 1-2 หัว , เมล็ดพริกไทยดำ 1/2 ช้อนโต๊ะ นำมาตำรวมกันให้ละเอียด , กระเพาะปลา 100 กรัม , น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ , ซีอิ้วดำ 2 ช้อนโต๊ะ , ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ , เกลือป่น 1 ช้อนชา , น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ  และน้ำประมาณ 1 ลิตร

ทำไข่ต้มพะโล้ให้น่ากิน

2 กระทะตั้งเตาเปิดไฟไม่ต้องแรง ใส่น้ำมันลงไป 1 ช้อนโต๊ะเคลือบให้ทั่วกระทะก่อน จากนั้นใส่ผงรากผักชีกระเทียมและพริกไทยดำที่โขลกไว้แล้วลงไปผัดจนเริ่มหอม แล้วตามด้วยน้ำตาลปี๊บใส่ลงไปผัดจนละลายทั่วดีแล้วค่อยใส่เนื้อหมูลงไปผัด

ทำไข่ต้มพะโล้ให้น่ากิน

3 พอเนื้อหมูเริ่มสุก ค่อยใส่ไข่ต้มและเครื่องปรุงรสที่เหลือทุกอย่างลงไป เติมน้ำให้ท่วมอาหาร รอให้เดือดก่อน ชิมรสดูปรับรสชาติได้ตามชอบ เคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ตักใส่ถ้วยเสริฟได้เลย ไข่พะโล้ยิ่งอุ่นบ่อยและเคี่ยวนานเท่าไรก็ยิ่งอร่อยมากขึ้นเท่านั้น

เคล็ดลับการทำไข่ต้มพะโล้ให้น่ากิน

เคล็ดลับการทำไข่ต้มพะโล้

1  ถ้าใช้ไข่เป็ดทำไข่พะโล้จะอร่อยและสีของไข่จะน่ากินกว่าไข่ไก่ ให้เลือกใช้ไข่ที่มีอายุซักหน่อยอย่าใช้ไข่ใหม่เวลาต้มจะแกะเปลือกได้ง่าย ถ้าเป็นไข่แช่ตู้เย็นก่อนนำมาต้มต้องนำมาวางให้หายเย็นก่อนเวลานำไปต้มเปลือกไข่จะได้ไม่ปริแตกง่าย

เคล็ดลับการทำไข่ต้มพะโล้ให้น่ากิน

2 เนื้อหมู 3 ชั้นหั่นเป็นชิ้นโตๆ หน่อย เพราะเวลาเคี่ยวเนื้อหมูจะหดเล็กลงนิดหน่อย แต่ที่สำคัญเวลากินเนื้อหมูจะได้เคี้ยวเต็มปากเต็มคำ

3 รากผักชี กระเทียม เมล็ดพริกไทยต้องตำให้ละเอียด ไม่อย่างนั้นเวลาเคี่ยวน้ำพะโล้กากเครื่องปรุงจะลอยขึ้นมาดูไม่น่ากิน

4 กระเพาะปลา เมนูต้นตำรับไม่ได้ใส่ลงไป แต่ที่ใส่กระเพาะปลาด้วยเพราะเป็นความชอบส่วนตัว  กระเพาะปลาที่ซื้อมาจะตากแห้งแข็งก่อนนำมาทำอาหารเราต้องแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืนเพื่อให้นิ่มก่อน 

5 น้ำมันพืชใช้เพื่อผัดเครื่องปรุง มีข้อดีคือจะทำให้เมนูต้มพะโล้กินแล้วมีรสชาติอร่อยขึ้น น้ำพะโล้ดูน่ากินขึ้น แต่ถ้าเปลี่ยนจากน้ำมันพืชเป็นน้ำมันหมูเจียวใหม่ๆ ไข่ต้มพะโล้ของเราจะยิ่งหอมและน่ากินขึ้นอีก

ติดตามสาระดีๆ อีกมากมายได้ที่   www.rkatour.com หรือสมัครเป็นเพื่อนผ่านช่องทาง https://lin.ee/dcUb0ed จะได้ไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ และ โปรโมชั่นทัวร์โดนๆ  รวมถึงความคืบหน้าโครงการบ้านสวนสำหรับวันเกษียณที่อัพเดทความคืบหน้าทุกๆ วัน

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ

ยำหางของหอยราก กินอร่อยเคี้ยวเพลิน

ยำหอยราก
หอยรากหรือทั่วๆ ไปนิยมเรียกกันว่าหอยปากเป็ด เพราะรูปร่างคล้ายปากของเป็ด เป็นหอยมีหางชอบอาศัยอยู่ชายทะเลที่มีลักษณะดินทรายปนเลน ที่หาดสำเร็จ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี บ้านของผมเองเป็นแหล่งที่มีหอยรากชุกชม นำมาทำอาหารอร่อยแถมราคาแพงอีกต่างหาก

หอยรากหรือหอยปากเป็ด
วิธรการจับหอยราก ไม่ยากเลยถ้ารู้จักวิธีจับ แต่ถ้าไม่รู้เคล็ดลับการจับหอยรากแล้วละก็ยากมากที่จะได้ตัวมันมาเชยชม ที่หาดสำเร็จบ้านผมการลงไปจับหอยรากต้องรอช่วงน้ำทะเลลดต่ำลงจนพื้นทรายบริเวณที่หอยรากอาศัยอยู่เริ่มปริ่มๆโผล่พ้นน้ำ เราก็เดินดูปากของหอยจะเห็นเป็นรูกลมๆ เล็กๆ เรียงกันเป็นเส้นตรง 3 รู นั่นหละใช่เลยปากหอยรากละ
จับหอยรากที่อ่าวท่าชนะ 
 เวลาเดินเข้าไปจับตัวหอยราก ต้องค่อยๆ ย่องไปเบาๆ เพราะหอยชนิดนี้หนีเร็วมาก ไม่ใช่วิ่งหนีแต่มันจะมุดลงรูลึกมากยากที่จะจับมันได้ เมื่อเราย่องไปจนจับตัวของหอยรากได้แล้วก็ต้องออกแรงชักเย่อมันขึ้นมา เห็นเป็นหอยตัวเล็กๆ อย่างนี้ แต่แรงหนีเขาเยอะทีเดียว ต้องลองไปจับเองกับตัวครับจะรู้ว่าทั้งสนุกและลำบากขนาดไหน
ตัวของหอยราก นำไปผัดกะทิ 
เมื่อจับหอยรากขึ้นมาได้แล้ว คนท้องถิ่นที่นี่จะนิยมเด็ดหัวหรือลำตัวของหอยรากไปผัดกะทิซึ่งกินอร่อยดี ส่วนของหางนิยมนำไปดองกับน้ำส้มโตนดกินจิ้มกับน้ำพริกซึ่งผมโคตรชอบกินเลย มันกรุบกรอบรสแซ่บดี แต่วันนี้เราจะนำหางของหอยรากมายำ อยากจะรู้ว่าอร่อยขนาดไหนแนะนำว่าต้องลองทำกินดูหรือมีโอกาสไปเที่ยวกับร้อยเกาะแอดเวนเจอร์ที่อ่าวท่าชนะในช่วงฤดูจับหอยรากไม่แน่อาจจะมีโอกาสได้กิน
หางของหอยรากนำมาหั่นแล้วแช่ในน้ำส้มโตนดหรือน้ำมะนาว
ส่วนประกอบและวิธีทำยำหางของหอยราก
1 ก่อนอื่นเมื่อได้หางของหอยรากมาแล้ว ต้องนำมาล้างทำความสะอาด ตัดส่วนปลายที่มีดินเลนเกาะอยู่ทิ้งไป แล้วคลุกเคล้ากับเกลือป่นให้ทั่วเพื่อกำจัดกลิ่นคาวและทำให้หางของรากกรอบยิ่งขึ้น จากนั้นล้างให้สะอาดอีกทีแล้วหั่นเป็นชิ้นสั้นๆ ยาวประมาณ 1 เซ็นติเมตร นำไปแช่ในน้ำส้มโตนดหากไม่มีจะใช้น้ำมะนาวแทนก็ได้่ แช่ซัก 10 นาทีแล้วเทน้ำส้มทิ้งไปเพื่อทำให้หางของหอยสุกกรอบและล้างกลิ่นคาวอีกครั้งให้สะอาดหมดจดไปเลย
ส่วนผสมทำยำหางหอยราก
2 เตรียมหางหอยรากในข้อ1   , พริกขี้หนูสับ , กระเทียมสับ , หอมแดงซอย , ตะไคร้ซอย , น้ำส้มโตนดหรือน้ำมะนาว ทุกอย่างกะเอาปริมาณตามชอบ

3 นำส่วนผสมทุกอย่างมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสดูเมนูนี้เน้นเปรี้ยวหน่อยและเผ็ดนิดๆ รับรองแซ่บครับ จากนั้นจัดใส่จานเสริฟได้เลย ถ้าฟันดีและแข็งแรงเมนูยำหางของหอยรากจะกินเล่นก็ได้กินจริงก็เพลิน เผลอๆ ได้ลองแล้วจะติดใจ

ยำหางหอยราก
เคล็ดลับการทำยำหางหอยราก  เราจะไม่ใช้ไฟในการทำให้หางของหอยรากสุกเพราะจะทำให้ยิ่งเหนียวเคี้ยวไม่ค่อยได้ เราจะใช้วิธีดองหางของหอยรากในน้ำส้มยิ่งใช้น้ำส้มจากต้นตาลโตนดยำรากหอยของเราจะยิ่งหอมน่ากิน ถ้าไม่มีน้ำส้มโตนดจะใช้น้ำมะนาวแทนก็พอไหว แต่ห้ามใช้น้ำส้มปลอมหรือน้ำส้มสายชูเด็ดขาดรสชาติจะเพี้ยนจากทะเลเข้าป่าไม่น่ากินไปเลย


ติดตามสาระดีๆ อีกมากมายได้ที่   www.rkatour.com หรือสมัครเป็นเพื่อนผ่านช่องทาง https://lin.ee/dcUb0ed จะได้ไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ และ โปรโมชั่นทัวร์โดนๆ  รวมถึงความคืบหน้าโครงการบ้านสวนสำหรับวันเกษียณที่อัพเดทความคืบหน้าทุกๆ วัน

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ